Recent Posts

วันเสาร์ที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2554

49.ยันต์เก้ายอดและความหมายของยันต์ต่างๆ

ยันต์เก้ายอด

ยันต์เก้ายอด
ยันต์เก้ายอด  หรือเรียกอีกอย่างว่า เนาวหรคุณ แปลว่า พระพุทธคุณทั้ง 9 ถอดมาจากบทอิติปิโส  ซึ่งหมายถึงคุณวิเศษของพระพุทธเจ้าทั้ง 9 ประเการ โดยแสดงให้เห็นในรูปของยอดแหลมทั้ง 9 ยอด  แบ่งได้๗อย่างคือ ๑.เก้ายอดนพเก้า ๒.เก้ายอดนพคุณ ๓.เก้ายอดสิบหกพระองศ์
๔.เก้ายอดแปดทิศ ๕เก้ายอดคู่ชีวิต ๖.เก้ายอดพุทธคุณสิบ ๗.เก้ายอดทัพหน้า

พุทธานุภาพของยันต์เก้ายอดนี้ ถือเป็นยันต์ครู  จะเน้นหนักไปทางเมตตามหานิยม, แคล้วคลาด, ป้องกันศาสตราวุธทั้งหลาย  มักเป็นที่นิยมของผู้ที่เริ่มสักใหม่ทั้งหลาย  ในเรื่องของข้อห้ามดูได้จากบทความก่อนๆนี้

ความหมายของยันต์ต่างๆ นอกเหนือจากยันต์เก้ายอด (ที่มาอ้างอิงจาก oknation)

ลวดลายที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในบรรดาผู้ที่นิยมการสักคือ ลวดลายสักที่ให้ผลทางไสยศาสตร์ซึ่งแบ่งเป็น ๒ ชนิด คือเพื่อผลทางเมตตามหานิยม และเพื่อผลทางอยู่ยงคงกระพันชาตรีให้แคล้วคลาดจากของมีคม อุบัติเหตุ หรืออันตรายทั้งปวถ้าเป็นการสักเพื่อผลทางเมตตามหานิยมมักจะสักเป็นรูปจิ้งจก หรือนกสาริกาเพื่อเป็นตัวแทนของความมีเสน่ห์เป็นที่รักใคร่ของคนทั่วไป โดยเฉพาะให้ผลดีทางการเจรจา ค้าขายทำให้เจริญรุ่งเรืองทำมาค้าขึ้น

ส่วนลายสักเพื่อผลทางอยู่ยงคงกระพันชาตรี จะนิยมสักลวดลายซึ่งเป็นตัวแทนความดุร้ายความปราดเปรียว ความสง่างาม ความกล้าหาญ ได้แก่ลายเสือเผ่น หนุมานคลุกฝุ่น หงส์ และลายสิงห์ เป็นต้น

ยันต์ชูชก: ชายแก่ที่แบกถุงเงินบนบ่า ชื่อเขาคือ ชูชก เริ่มแรกเขาเป็นขอทาน ต่อมาเขากลายเป็นเศรษฐี ลายสักนี้ดีต่อการค้าและทุกท่านที่ต้องการความร่ำรวย

ยันต์หนุมานทรงฤทธิ์(ลิงขาวผู้วิเศษ) : ในเรื่องรามเกียรติ์ของอินเดีย หนุมานมีความเป็นอมตะ(ไม่ตาย) ต่อสู้เก่งมาก และโชคดีเรื่องความรัก หากท่านต้องการประสบความสำเร็จในชีวิต การป้องกันศัสตราวุธ และโชคดีสุดๆในด้านความรัก คุณควรเลือกลายสักนี้

ยันต์ราหูอมจันทร์
ยันต์ราหูอมจันทร์:ปรากฎการธรรมชาติที่มีเงาบนดวงจันทร์เราเรียกว่า ราหูอมจันทร์ เชื่อว่าราหูคือ เจ้าแห่งยักษ์และเป็นผู้ปกครองเหล่าปีศาจ ลายสักนี้จะช่วยหนุนดวงชะตาโดยเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นดี และต่อต้านสิ่งเลวร้ายต่างๆ


ยันต์มัจฉานุ
มัจฉานุ: มัจฉานุ คือ บุตรที่เกิดจากหนุมานและนางสุวรรณมัจฉา(นางเงือก) ลายสักนี้คล้ายคลึงกับหนุมาน แต่อาจสังเกตได้ว่ามีหางเหมือนนางเหงือก ลายสักนี้ดีสำหรับผู้อาชีพทางทะเลและคุณสมบัติอื่่นๆ เหมือนกับหนุมาน

ยันต์พระพิฆเนศวร
พระคเนศ(พระพิฆเนศวร): คือเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งและความสำเร็จ ท่านสามารถจำได้ง่ายจากศรีษะท่านที่เป็นรูปช้างและตัวเป็นเทวดา พระพิฆเนศวรเป็นเทพผู้ฉลาดที่สุด และสามารถอวยพรท่านให้ผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ลายสักนี้ดีสำหรับผู้ที่มีอาชีพศิลปิน ดารา นักแสดง นักร้อง และงานด้านช่างทั้งหลาย หรือผู้ที่ต้องการความมั่งคั่งร่ำรวย

ยันต์ช้างเอราวัณ
ช้างเอราวัณ: คือเทพเจ้าที่มีสามหน้า เป็นช้างที่มีกำลังมากที่สุดและใหญ่โตกว่าช้างใดๆ บนสรวงสวรรค์ ลายสักยันต์นี้ดีสำหรับผู้ที่บังคับบัญชาผู้คน และดีสำหรับผู้ที่เดินทางบ่อยๆ เพราะมีอำนาจและป้องกันอันตราย

ยันต์จระเข้เถรขวาด
จระเข้(เถรขวาด): สัญลักษณ์ของงานบุญใหญ่ของไทยคือ ธงจระเข้ในงานกฐิน ถ้าท่านต้องการเป็นผู้ชนะและได้รับความร่วมมือ ความเมตตาจากฝูงชน ลายสักนี้ดีสำหรับความสำเร็จ ความเมตตา และความโชคดี

การสักยันต์สักเพื่อช่วยให้เกิดความเป็นสิริมงคลกับตัวเอง เป็นการเพิ่มโชคลาภ เกื้อหนุนหน้าที่การงานให้ดีขึ้น แคล้วคลาด จากอันตรายที่เกิดขึ้น ใครเห็นจะชื่นชอบ เป็นมหาเสน่ห์…

ภาพลายยันต์เพิ่มเติม คลิกที่นี่

ด้านล่างนี้เป็นวีดีโอการสักยันต์เก้ายอด (เน้นให้ดูเฉพาะรูปแบบและวิธีการสัก)



15-10-54

วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554

48.ปู่เจ้าสมิงพราย

ปู่เจ้าสมิงพราย

วันนี้ได้มีเวลาอ่านหนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่ง พบเรื่องราวที่น่าหยิบยกมาหาข้อมูลที่น่าสนใจเล็กๆน้อยๆ  เรื่องของปู่เจ้าสมิงพรายนั้น เชื่อว่าหลายๆท่านคงได้ยินชื่อคุ้นหู หลายท่านที่ชื่นชอบเรื่องราวแนวนี้ อาจทราบประวัติและเรื่องราวกันแล้ว แต่ก็คงมีอีกหลายท่านในบางส่วนที่ยังไม่ทราบ วันนี้จึงนำมาบอกกล่าวเล่าให้ฟังผ่านการอ้างอิงจากแหล่งที่มาต่างๆ ทุกเรื่องราวโปรดใช้วิจารณญาณ  


ปู่เจ้าเป็นชื่อเทพเจ้าประจำภูเขาใหญ่แห่งหนึ่งในป่าใกล้เมืองสอง ซึ่งเป็นเมืองของพระเพื่อนพระแพงในวรรณคดีลิลิตเรื่องพระลอ นามเต็มคือ “ปู่เจ้าสมิงพราย” พระเพื่อนพระแพงได้ไปพบปู่เจ้าเพื่อขอให้ทำเสน่ห์ให้พระลอหลงใหล จากบ้านเมืองมาหานางที่เมืองสอง ปู่เจ้าสมิงพรายได้เข้าฌาน เพื่อจะได้รู้ว่าควรจะต้องช่วยทำเสน่ห์ให้หรือไม่ ปรากฏว่า แต่ปางก่อนนางทั้งสองทำบุญแล้วแสดงความปรารถนาขอพึ่งบารมีของปู่เจ้าเสมอ ๆ แต่บุญที่นางทั้งสองทำไว้นั้นอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์สม่ำเสมอ การที่ปู่เจ้าสมิงพรายจะช่วยเหลือให้นางสมปรารถนา ได้พระลอมาครอบครองนั้น ถึงจะเป็นผลสำเร็จก็จริง แต่ก็ไม่สมบูรณ์ เพราะเป็นผลกรรมของเจ้าตัวเอง บทบาทของปู่เจ้ามีอยู่ที่ทำเสน่ห์ให้พระลอลุ่มหลง

วิธีการทำเสน่ห์ของปู่เจ้านั้น ผู้ประพันธ์ประพันธ์เป็นร่ายสุภาพพรรณนาถึงปู่เจ้าสมิงพรายประกอบพิธีไสยศาสตร์ ทำให้พระลอเกิดความรู้สึกหลงใหลในพระเพื่อนพระแพง โดยเขียนยันต์ลงบนธงสามชาย แล้วติดไว้บนยอดต้นตะเคียน เมื่อลมพัดผ่านต้นตะเคียนก็นำมนต์ไปถึงพระลอ ทำให้เกิดความรัญจวนถึง ๒ นาง เวทมนตร์คาถาของปู่เจ้าในครั้งที่ ๑ และที่ ๒ นั้นปรากฏว่า ฝ่ายพระมารดาของพระลอสามารถหาหมอมาแก้ไขได้ พอถึงครั้งที่ ๓ ปู่เจ้าใช้ภูตผีปิศาจไปรบกับผีของเมืองพระลอ เมื่อได้ชัยชนะแล้วก็ใช้ “สลาเหิร” คือ การเสกหมากพลูให้กลายเป็นแมลงภู่ แล้วบินไปตกในพานหมากของพระลอ กลับกลายเป็นหมากพลูดังเดิม พอพระลอเสวย ก็เกิดการลุ่มหลง ต้องออกเดินทางมาหาพระเพื่อนพระแพง เมื่อมาถึงแม่น้ำกาหลง ปู่เจ้าก็ใช้ไก่แก้วซึ่งมีผีสิงไปล่อให้พระลอติดตามไปอย่างรวดเร็ว จนได้พบกับ ๒ นาง


ลักษณะรูปลักษณ์ของปู่เจ้าสมิงพรายนั้น มีลักษณะเป็นตาปะขาวเป็นผู้ถือพรต ที่อาศัยอยู่ในเขตภาคกลางตอนบน - ภาคเหนือ นามจริงไม่ปรากฏ ปรากฏแต่คำเรียกด้วยความเคารพว่า...ปู่เจ้าสมิงพราย เป็นผู้ทรงอาคม บรรลุโลกียฌาน มีฤทธิ์มาก เสกไก่แก้วให้พระลอตามมาจนพบพระเพื่อนพระแพง ในโองการไหว้ครู ทั้งทางไทยภาคกลางและทางภาคเหนือต่างมีคำกล่าวบูชาท่าน ว่าเป็นครูทางแก้คุณไสย์และครูทางด้านเสน่ห์ยาแฝด ปู่เจ้าสมิงพรายอีกตนหนึ่งมาจาก...เรื่องรามเกียรติ์ ชื่อ " ปู่ฤาษีอิสีสิงห์ " พระฤาษีตนนี้มีศักดิ์เป็นบิดาพระฤาษีกไลยโกฏิ ก่อนสิ้นสั่งไว้ว่าอย่าไปพบปะผู้คน...จงระวังวัวเขาอ่อน สัตว์ที่มีเขางอกอยู่บนอก เป็นภัยต่อเพศพรหมจรรย์ ปู่เจ้าสมิงพรายอีกตนหนึ่งมาจาก " พระฤาษีกาลสิทธิ์ " พระฤาษีตนนี้แปลงร่างเป็นเสือได้จริง ๆ แต่ต่อมาเกิดเหตุ แปลงกลับเป็นคนไม่ได้ ผู้คนนับถือเรียกว่าปู่สมิงพรายเช่นกัน ปู่สมิงพรายอีกตนหนึ่งที่เล่าขานกัน มาจากเรื่องราวของหลวงปู่กาหลง วัดเขาแหลม ท่านมีครูเป็นฤาษีสิงห์สมิงพราย ท่านเล่าว่าตอนท่านธุดงค์ได้พบทางสมาธิจิตกับฤาษีท่านนี้ ท่านมาร่วมบุญกับหลวงปู่และติดตามท่านมานานแล้ว...มีฤทธิ์มาก

รวมความแล้วสรุปย่อ ๆ ได้ว่าคำว่าปู่เจ้าสมิงพรายนั้น เป็นการเรียกรวมครูที่มีฤทธิ์ แปลงร่างเป็นเสือได้เป็นเจ้าป่า เพราะตั้งแต่อดีตมา...มีครูบาอาจารย์ที่มีฤทธิ์ชำนาญด้านนี้หลายท่าน ตั้งแต่วรรณคดีที่เก่าแก่ที่สุดอย่างเรื่องรามเกียรติ์และลิลิตพระลอ ดังนั้นจึงเป็นที่สับสนของบุคคลโดยทั่วไปถึงเรื่องของปู่เจ้าสมิงพราย ดังนั้นคงต้องพิจารณาว่ากันไปตามแต่ละท้องที่ แต่สำหรับครูทางไสยเวทย์โดยทั่วไปนั้น ก็นับเอาปู่เจ้าสมิงพรายจากเรื่องลิลิตพระลอเป็นหลัก เพราะพระฤาษีอิสีสิงห์...จากเรื่องรามเกียรติ์นั้น แม้มีหน้าเป็นเสือแต่ไม่ปรากฏกิติศัพท์เป็นที่รู้จักเท่าปู่ฤาษีกไลยโกฏิผู้เป็นลูก ซึ่งปรากฏกิติคุณมากกว่า เพราะเป็นหนึ่งในสี่ของผู้ร่วมหุงข้าวทิพย์ถวายท้าวทศรถ ส่วนพระฤาษีกาลสิทธิ์นั้น ท่านนี้มีประวัติเด่นที่ว่าแปลงร่างเป็นเสือแล้วกลับร่างเดิมไม่ได้ ในตำนานกล่าวเป็นสองนัยว่า...
1.มีร่างเป็นเสืออย่างนั้นตลอดไป.
2.ตัวเป็นคนแต่มีหัวเป็นเสือ เรื่องเดิมเข้าใจว่าจะเป็นเสือทั้งตัว แต่ผู้ที่นับถือสร้างหุ่นร่างเป็นฤาษีศรีษะเป็นเสือ เพื่อให้รู้กันว่าท่านเคยเป็นฤาษี.

การทำเสน่ห์ของปู่  ในครั้งแรก ท่านเอาไม้เลี้ยง ไม้ไล่ ไม้ไผ่ มาไขว้เป็นลูกกลมๆคล้ายตะกร้อ เขียนรูปพระลออยู่ตรงกลาง เขียนรูปพระนางทั้ง2กอดคนละข้างและเขียนยันต์เป็นขอบ และกวักมือไปที่ยอดต้นยางใหญ่7คนโอบ ยอดต้นยางค้อมมาหาปู่ ท่านเอาลูกตะกร้อลงยันต์นั้นวางบนยอดยางและปล่อยให้ดีดออกไปตามลมถูกพระลอ หลังจากนั้นพระลอก็เพ้อคลั่งอยากไปหาพระเพื่อนพระแพง เสด็จพ่อเห็นท่าไม่ดี รู้ว่าลูกโดนของ จึงไปหาหมอหายาดีทั่วสารทิศมารักษา ในที่สุดครั้งแรกคณะแพทย์หลวง
ก็สามารถแก้ใด้
เมื่อปู่เจ้าท่านรู้ดังนั้นก็เอาใหม่ คราวนี้เปลี่ยนเป็น เอาธงสามชายมา เขียนยันต์ลงไปมากกว่าเก่า แล้วใช้ต้นตะเคียนขนาด9คนโอบ โน้มลงมาแล้วดีด ธงสามชายนั่นไป ถูกพระลอเป็นครั้งที่สอง คราวนี้พระลอเพ้อคลั่งยิ่งกว่าครั้งเก่า หมอเก่งในเมืองต่างจนปัญญากัน จึงต้องไปเชิญหมอชื่อ ปู่หมอสิทธิไชย ซึ่งอาศัยอยู่ในป่าชานเมืองมารักษา ปู่หมอทำพิธีเชิญบารมีครูบาอาจารย์และเทพในเมืองมารักษา ในที่สุดก็ช่วยถอนใด้เป็นครั้งที่สอง


เมื่อปู่เจ้าเห็นดังนั้น ท่านจึงคิดจัดการให้แตกหัก  ท่านจึงเชิญเทวดาและผีพรายต่างๆมาเป็นกองทัพ เพื่อจะบุกเข้าไปสู้กับเทวดาที่รักษาเมืองสรอง  บรรดาเทพและพรายที่มาช่วยปู่เจ้าต่างขี่เสือ สิงห์ แรด และสัตว์ดุร้ายต่างๆมากมาย ตามความบทนี้
๑๔๔ ปู่รำพึงถึงเทพดา หากันมาแต่ป่า มาแต่ท่าแต่น้ำ มาแต่ถ้าคูหา ทุกทิศมานั่งเฝ้า พระปู่เจ้าทุกตำบล ตนบริพารทุกหมู่ ตรวจตราอยู่ทุกแห่ง ปู่แต่งพระพนัสบดี ศรีพรหมรักษ์ยักษกุมาร บริพารภูตปีศาจ ดาเดียรดาษมหิมา นายกคนแลคน ตนเทพผู้ห้าวท้าวผู้หาญ เรืองฤทธิ์ชาญเหลือหลาย ตั้งเป็นนายเป็นมุล ตัวขุนให้ขี่ช้าง บ้างขี่เสือขี่สีห์ บ้างขี่หมีขี่หมู บ้างขี่หมูขี่เงือก ขี่ม้าเผือกผันผาย บ้างขี่ความขี่แรด แผดร้องก้องน่ากลัว ภูตแปรตัวหลายหลาก แปรเป็นกากภาษา เป็นหัวกาหัวแร้ง แสร้งเป็นหัวเสือหัวช้าง เป็นหัวกวางหัวฉมัน ตัวต่างกันพันลึก ละคึกกุมอาวุธ เครื่องจะยุทธ์ยงยิ่ง เต้นโลดวิ่งระเบง คุกเครงเสียงคะครื้น ฟื้นไม้ไหล้หินผา ดาด***ันผาดเผ้ง ระเร้งร้องก้องกู่เกรียง เสียงสะเทือนธรณี เทียบพลผีเสร็จสรรพ ปู่ก็บังคับทุกประการ จึ่งบอกสารอันจะใช้ ให้ทั้งยามนตร์ดล บอกทั้งกลอันจะทำ ให้ยายำเขาเผือด มนตราเหือดหายศักดิ์ ให้อารักษ์เขาหนี ผีเขาแพ้แล้วไซร้ กูจึ่งจะใช้สลาเหิร เดิรเวหาไปสู่ เชิญพระภูธรท้าว ชักมาสู่สองหย้าว อย่าคล้าคำกู สั่งนี้ ฯ


ในที่สุดกองทัพของปู่ก็บุกไปสู้กับกองทัพของพระเสื้อเมืองสรอง และเอาชนะพระเสื้อเมืองใด้ ผีป่าต่างบรรดาลให้เกิดอาเพศทั่วเมืองสรวง ฟ้าผ่า ฟ้าเหลือง เกิดเมฆหมอก  ปู่หมอสิทธิไชยเห็นดังนั้นก็ถอดใจทันที ทูลพระราชาไปตามตรงว่าไม่สามารถสู้กับปู่เจ้าใด้เลยหยูกยาทั้งหลายก็ถูกบริวารปู่เจ้าถอนเสื่อมไปหมด หลักจากที่ใด้ชัยชนะทางผีแล้ว ปู่เจ้าท่านก็เสกหมากเป็นแมลงภู่บินเข้าไปในวังตกลงในเชี่ยนหมาก(วิชานี้ในเรื่องเรียกสลาเหิน) พระลอเสวยหมากคำนั้นเข้าไปก็ใด้เรื่อง เกิดอาการคุ้มคลั่งจะออกป่าให้ใด้ แม้แต่ หมอสิทธิไชยก็ไม่สามารถช่วยใด้แล้ว เพราะเทวดาประจำเมืองหนีไปหมดแล้ว ในที่สุดพระบิดามาร***็ห้ามไม่ไหว และในที่สุดพระลอก็ออกป่าไป ในที่สุด ....จึงนับเป็นเรื่องส่วนหนึ่งของปู่เจ้าสมิงพรายจากเรื่องพระลอท่านจึงถือเป็นบรมครูด้านเสน่ห์และภูตพราย
แหล่งที่มา
yimwhan
dalinews

29-9-54

วันพุธที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2554

47.พญาสมิงเหล็ก

พญาสมิงเหล็ก

พญาสมิงเหล็กหรือเหล็กไหลเจ้าป่า
 พญาสมิงเหล็กคืออะไร ?  พญาสมิงเหล็กนั้นคือ เหล็กไหลเจ้าป่า รายละเอียดเล็กน้อยได้กล่าวไว้ในบทความ เจาะลึกเหล็กไหล(2) คราวนี้มาลองขยายเนื้อหาให้ครอบคลุมกว้างขวางอีกสักนิด แหล่งอ้างอิงจากเวปบอร์ดต่างๆ มาเรียบเรียงเพื่อให้เข้าใจง่ายยิ่งขึ้น เท่าที่ทราบโดยทั่วไปว่า เหล็กไหลนั้น มีอานุภาพในทาง 1“มหาอุด” คือ ปืนยิงไม่ออก 1 “คงกระพัน” คืออาวุธแหลมคมทุกชนิดทำ อันตรายไม่ได้ 1 และ “แคล้วคลาด” คือ ปลอดภัยจากสรรพอันตราย 1 อานุภาพทั้ง 3 ประการนี้ “มหาอุด” คือว่า ปืนยิงไม่ออก ดูจะเป็นอานุภาพที่ฝังใจผู้สนใจมีไว้ในครอบครองมากที่สุด และโดยเหตุที่วัตถุธาตุนี้หายาก จึงมีราคาแพงมาก

วัตถุธาตุ ที่ชื่อว่า “เหล็กไหลเจ้าป่า” หรือ “พญาสมิงเหล็ก” นั้น เป็นวัตถุธาตุที่มีกายสิทธิ์ กับทั้งจิตวิญญาณของผู้สร้างขึ้นด้วยฤทธิ์ ที่ได้พัฒนาจากอณูธาตุที่สร้างขึ้นแต่เดิมมาจนเป็นวัตถุธาตุกายสิทธิ์

อีกทั้ง เทพเทวาที่ติดตามเฝ้าปกปักรักษาอยู่ ซึ่งมีผลให้ จิตวิญญาณของผู้สร้างขึ้นด้วยฤทธิ์แต่เดิม และกายสิทธิ์ที่สถิตอยู่กับวัตถุธาตุนั้น เปลี่ยนแปลงไปตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติ เป็น อนิจฺจํ ทุกฺขํ และ อนตฺตา

ครั้นเมื่อมาถึงยุคปัจจุบันนี้ จึงอาจมีอานุภาพตามคุณลักษณะของธาตุธรรม ที่จะเป็นฝ่ายพระ (ฝ่ายบุญกุศล) ล้วน ๆ ที่จะให้สุขสมบัติแก่ผู้มีอยู่ในครอบครองแต่ถ่ายเดียว หรือว่าจะมีอานุภาพตามลักษณะของธาตุธรรม เป็นฝ่ายมาร (ฝ่ายบาปอกุศล) ล้วน ๆ ที่จะให้ทุกข์สมบัติ แก่ผู้มีไว้ในครอบครองแต่ถ่ายเดียว และ/หรือจะมีลักษณะของธาตุธรรม 2 ฝ่าย ปะปนกัน ที่อาจให้ทั้งสุข สมบัติแก่ผู้ประพฤติปฏิบัติดี มีศีลมีธรรม และ ที่ให้ทั้งทุกข์สมบัติแก่ผู้ประพฤติปฏิบัติชั่ว ทุศีล ขาดหิริโอตตัปปะ และไร้คุณธรรม ได้ตามส่วนของเขา และตามระดับคุณธรรมของผู้มีไว้ในครอบครอง


วัตถุ ธาตุกายสิทธิ์นี้เกิดมีขึ้นด้วยฤทธิ์อำนาจของพวกฤาษีผู้มีฌาน (สมาธิระดับสูง) และอภิญญา (ความสามารถพิเศษ) แก่กล้า ในระหว่างอันตรกัป คือในระหว่างที่ว่างจากพระพุทธศาสนาเป็นระยะเวลายาวนานนั้น บรรดามนุษย์ผู้มีบุญ คือ คุณธรรมจากการที่ได้เคยรักษาศีลและเจริญภาวนาสมาธิมาก่อนที่ได้มาเกิดเป็น มนุษย์ในยุคนั้น ได้ออกบำเพ็ญพรต (ถือศีล) พรหมจรรย์ (การออกบวชเว้นเมถุน-คือเว้นชีวิตคู่)

ด้วยมุ่งหวัง “อมตธรรม” ก็คือ ปรารถนาพระนิพพานที่สิ้นสุดแห่งทุกข์ และที่เป็นบรมสุขนั้นแหละ แต่ไม่รู้จักทางสายกลาง (มัชฌิมาปฏิปทา) ให้ถึงอมตมหานฤพานได้ เพราะยังไม่มีพระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ จึงได้แต่เจริญสมาธิภาวนาจนได้ฌานและอภิญญาแก่กล้า แต่ก็รู้ว่าตนเองนั้นยังไม่อาจพ้นความตายได้ ยังไม่เห็นทางที่จะถึงอมตธรรมที่ไม่ตายได้ ก็ปรารถนาที่จะมีชีวิตที่ยั่งยืนที่สุด ดุจว่าเป็นอมตธรรม เพื่อรอผู้ตรัสรู้ (พระพุทธเจ้า) มาตรัสสอนทางปฏิบัติให้ได้บรรลุถึงอมตธรรม เพื่อจักได้เข้าสู่กระแสธรรมนำไปให้ถึง อมตธรรมตามที่ได้มุ่งหวัง

จึง ค้นหาวิธีสร้างวัตถุธาตุอันเป็นที่สถิตแห่งจิตวิญญาณของตน ให้คงทนยั่งยืนที่สุด ดุจว่าเป็น อมตธรรมนั้นด้วยฤทธิ์อำนาจของตน ก่อนเบญจขันธ์ ของตนจะแตกทำลาย (ก่อนทำกาละ/ตาย) ครั้นพากันทำวัตถุธาตุนั้นขึ้นด้วยฤทธิ์อำนาจ ของพวกตนที่แก่กล้ารุนแรงจน เกินอำนาจการควบคุมให้อยู่ในสภาวะพอเหมาะตาม ต้องการได้ วัตถุที่ปรุงขึ้นด้วยฤทธิ์อำนาจนั้นก็ระเบิดเป็นจุณวิจุณ เป็นอณูธาตุเป็นที่สถิต อยู่ของจิตวิญญาณฤาษีนั้นเองด้วย และกายสิทธิ์ภาคผู้เลี้ยงด้วย

และแม้เทพเทวาที่รู้คุณ วิเศษของวัตถุธาตุเช่นนั้น ก็ติดตามครอบครองยึดถือเป็นเจ้าของอณูธาตุเหล่านั้นมีทั้งที่ กระจัดกระจาย ออกนอกแนวแรงดึงดูดของโลก คือหลุดออกไปนอกโลก และทั้งที่กระจัดกระจายไปในบรรยากาศของโลก แล้วตกลงสู่พื้นดิน และวิวัฒนาการไปตามธรรมชาติตลอดระยะเวลายาวนานหลายกัปหลายกัลป์ มาจนถึงปัจจุบันนี้ จึงมีสภาพ ลักษณะ และอานุภาพที่แตกต่างกันไปตามธรรมชาติ ที่แวดล้อม เป็นอยู่

และ เปลี่ยนแปลงไปตามกฎเกณฑ์ธรรมชาติ คือ ความเป็นสภาพไม่เที่ยง (อนิจฺจํ) ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุปัจจัย เป็นทุกข์ (ทุกฺขํ) คือทนอยู่ในสภาพเดิมไม่ได้นาน จนถึงเป็น อนตฺตา ได้ในที่สุด

อณู ธาตุอันเป็นที่สถิตอยู่ของจิตวิญญาณธาตุของตน ดำรงคงทนยั่งยืนที่สุด ดุจอมตธรรมจึงต้องเสพ หรือ ดูดซึมสิ่งที่อยู่แวดล้อมเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง อณูธาตุนั้นให้ดำรงคงอยู่คู่ กับเบญจขันธ์ของตน เช่น ในบริเวณบางแห่ง ที่มีแร่ธาตุประเภทอัญมณีมาก ก็จะวิวัฒนาการเป็นวัตถุธาตุที่ เหมือนอัญมณีสีต่าง ๆ ได้ บริเวณที่มีทั้งแร่ธาตุ ดินกากยายักษ์ หิน และทั้งว่านยาสมุนไพรที่วิเศษต่าง ๆ ที่เหมาะแก่การรักษาธาตุข นธ์ของเขา ก็จะเสพหรือดูดซึมเข้าไปปรุงหล่อเลี้ยงธาตุขันธ์ของเขาจึงวิวัฒนาการมาเป็น วัตถุธาตุ กึ่งอัญมณี-หิน-เหล็ก รวมกัน แต่ไม่ดูดเหล็ก

กล่าวโดย ส่วนใหญ่แล้วมีส่วนผสมของแร่เหล็กเป็นตัวยืน ที่เมื่อถูกเชิญ หรือถูกบังคับเรียกออกมาจากรังด้วยเวทมนตร์ของผู้ทรง วิทยาคม ก็จะไหลหรือย้อยหยดลงมาในสภาพเป็นของเหลว หรือยืดออกมาในสภาพ เป็นของอ่อนนิ่มก่อน จึงชื่อว่า “เหล็กไหล” เมื่อมากระทบกับอากาศเย็น หรือน้ำพระพทธมนต์ที่รองรับไว้ก็จะกลับแข็งตัวเหมือนโลหะเหล็ก หรืออัญมณีที่แข็งเหมือนเหล็ก.

โคตรเหล็กไหลหรือขี้เหล็กไหล
นอกจากนั้น วัตถุธาตุกายสิทธิ์นี้ยังขยายขนาดและขยายเผ่าพันธุ์มีสมาชิกทั้งแก่และอ่อนสถิตอยู่ร่วมกันในรัง ดุจดังว่าเป็นอาณาจักรของเขาเรียกว่า “รังเหล็กไหล” หรือ “โคตรเหล็กไหล” (อยู่ในบทความเจาะลึกเหล็กไหล)
ผู้ที่มีธาตุกายสิทธิ์ช่วยให้ความคุ้มครองป้องกันสรรพอันตรายแก่ผู้มีไว้ในครอบครอง ผู้ทรงศีล ทรงธรรม ตามสมควรแก่บุญบารมี ทำหน้าที่เป็นภาคผู้เลี้ยง ช่วยให้ผู้มีไว้ในครอบครอง เจริญด้วยมนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ เป็นอุปการะแก่การบำเพ็ญบารมีธรรมให้ถึงนิพพานสมบัติ แก่ผู้มีไว้ในครอบครอง ผู้ประกอบคุณธรรม เพิ่มพูนบารมีธรรม ได้เป็นอย่างดี

ธาตุกายสิทธิ์ประเภทดีมีคุณธรรม จะช่วยชักนำให้ผู้มีอยู่ในครอบครอง ปฏิบัติธรรมอยู่ในคุณความดี คือ ทานกุศล ศีลกุศล และภาวนากุศล เป็นต้น
ยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่อที่จะเขาจะได้อนุโมทนาบุญ และได้มีโอกาสบำเพ็ญบารมีธรรมด้วย จึงให้แต่คุณแก่ผู้มีไว้ในครอบครอง ผู้เป็นคนดีมีศีลมีธรรม ส่วนธาตุกายสิทธิ์ประเภทที่ด้อยคุณธรรม ก็ปรารถนาอยู่ว่า ผู้ที่ได้ครอบครองเป็นเจ้าของจะปฏิบัติอยู่ในคุณธรรมดี เพื่อที่เขาจะได้ ร่วมอนุโมทนาและได้มีโอกาสบำเพ็ญบารมีธรรมด้วย เพื่อเลื่อนภูมิจิตใจให้สูงขึ้น แต่ถ้าเจ้าของเป็นคนชั่วช้า ลุแก่อำนาจกิเลส (โลภะ ราคะ โทสะ โมหะ)
ธาตุกายสิทธิ์ประเภทนี้ กลับจะให้โทษแก่ผู้ครอบครองได้ง่าย และรุนแรงด้วย


ฉะนั้น ของดีต้องอยู่กับคนดี จึงดีเลิศ คนไม่ดีถึงจะได้ครอบครองของดีก็มีอยู่ได้ไม่นาน ส่วนคนดีได้ครอบครองของที่มีอานุภาพที่ทั้งดีและไม่ดี ก็จะมีแต่ดี ไม่มีโทษ แต่คนไม่ดีที่ได้ครอบครองของที่มีอานุภาพทั้งดีและไม่ดีย่อมไม่ได้ผลดี และยังจะชักนำกันไปในทางที่ไม่ดีอันมีโทษได้ เพราะฉะนั้นผู้มีของดีหรือมีของที่มีอานุภาพทั้งดีและไม่ดี จึงต้องประพฤติปฏิบัติตนอยู่แต่ในคุณความดีโดยส่วนเดียว จะประมาทมิได้ จึงจะมีแต่ดีกับดีโดยตลอด

เหตุที่มีข่าววัตถุธาตุกาย สิทธิ์/เหล็กไหลในปัจจุบันนี้มาก เพราะเหตุสำคัญ 2 ประการ คือ
1. มีการทำของเทียมขึ้นจำหน่ายให้แก่ผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์
ด้วยความโลภหรือด้วยความปรารถนาลามก
2. ในยุคปัจจุบันนี้ ประเทศไทยเป็นที่ตั้งมั่นสำคัญของ
พระพุทธศาสนาเป็นบ่อเกิดและที่สถิตอยู่ของ ผู้มีบุญบารมี ผู้บำเพ็ญบารมีธรรมเพื่อความบรรลุมรรคผลนิพพานเป็นพระอรหันต สาวก พระปัจเจกพุทธเจ้า และพระสัพพัญญูพุทธเจ้าระดับอธิษฐานบารมีที่ได้กระทำมาแล้ว เป็นจำนวนมาก เทพเทวาผู้สัมมาทิฏฐิ ผู้ดูแลรักษาธาตุกายสิทธิ์ภาคผู้เลี้ยง จึงเปิดบารมีธรรมแก่ผู้กำลังบำเพ็ญบุญบารมี ในระดับต่าง ๆ ให้ได้รับธาตุกายสิทธิ์ ภาคผู้เลี้ยงที่มีอยู่ในโลก ในจักรวาล เพื่อเป็นอุปการะแก่การบำเพ็ญบารมีธรรมให้ยิ่งขึ้นไปได้สะดวกและเพื่อช่วยกันสืบบวรพระพุทธศาสนาในประเทศไทยนี้ ให้เจริญรุ่งเรืองและมั่นคงยิ่ง ๆ ขึ้นไป เพื่ออำนวยประโยชน์สุขและ ความสันติสุขแก่สาธุชนหมู่ใหญ่ ทั้งแก่ชาวไทยและชาวโลกให้ได้มากที่สุดเป็นสำคัญ

เหตุนั้นแท้ที่จริงแล้ว ธาตุกายสิทธิ์นี้จึงได้มีการใช้กันอยู่แล้ว ในหมู่ผู้ปฏิบัติธรรม และศิษยานุศิษย์ ตลอดทั้งผู้ปกครอง ผู้กอบกู้ และผู้รักษาประเทศชาติบ้านเมือง ไทยเรามาแต่โบราณกาลแล้ว เพียงแต่ไม่มีสื่อมวลชนกระจายข่าวกันมาก
และไม่มีการทำของเทียม (ปลอม) หลอกลวงจำหน่ายกันมากขึ้น ดังเช่นทุกวันนี้เท่านั้น

-----------------------------------------------------                                             

วีดีโอบางส่วนของการค้นพบและเรื่องราวเหล็กไหล เริ่มจากนาทีที่ 03.15 / 10.26 เป็นต้นไป


ลิงค์ที่เกี่ยวเนื่องกัน
-เจาะลึกเหล็กไหล(1)
-เจาะลึกเหล็กไหล(2)
-เจาะลึกเหล็กไหล(3)
- รายการบันทึกลึกลับ ตำนานลึกลับเหล็กไหล
รายการเสาร์๕ - เบื้องหลังการถ่ายทำละครเรื่องเสือสั่งฟ้า (เสือกลัวช้างเอราวัณ)
-วันวานยังหวานอยู่-อ๊อฟ,เคลลี่,เอก กระแสไสยศาสตร์เวทมนต์ละคร เสือสั่งฟ้า
23-9-54